กล้องใช้แล้ว ก็ทิ้งๆไปเถอะ : FUJI SIMPLE ACE 400

IMG_5676

ถ้าจะเริ่มต้นด้วยคำว่า “กล้องใช้แล้วทิ้ง” ฟังดูจะเป็นคนมีเงินทองเหลือใช้ ฟุ่มเฟือย ฟู่ฟ่าปานนั้น  แต่ในความเป็นจริงแล้วผมกำลังจะพูดถึงกล้อง FUJIFILM SIMPLE ACE 400  ครับ

FUJIFILM SIMPLE ACE 400
มันคือกล้องแบบใช้ครั้งเดียว บรรจุฟิล์ม Fuji 400 มีแฟลช ที่ถ่ายได้ 39 รูป ราคาก็ แถวๆ 300 กว่าบาท เมื่อก่อนนี้สมัยที่กล้องดิจิตอลยังไม่มา กล้องแบบนี้เราอาจจะหาได้ตามแหล่งท่องเที่ยว หรือร้านล้างรูปต่างๆ ที่พร้อมเสริฟให้กับคนที่มาเที่ยวแต่ไม่มีกล้องหรือไม่ได้เอากล้องมาจากบ้าน แต่อยากจะได้ภาพกลับไปเป็นที่ระลึก ปัจจุบันร้านล้างรูปต่างๆหายไป พร้อมกับการมาของกล้องดิจิตอล ทำให้เราหากล้องใช้ครั้งเดียวแบบนี้ยากขึ้น แต่ก็ยังมีผลิตกันอยู่  โอเควันนี้เราลองมาใช้มันดูซักครา


เท่าที่ลองดูมันใช้ง่ายมากๆครับ เรียกว่าฉีกซองแล้วก็ใช้ได้เลย
แต่ก่อนจะใช้ผมว่าลองมาดูสเปค กันนิดนึงก่อนว่ามันต้องใช้ยังไงนะครับ

Film ISO400 135 film : Lens f = 32 mm F = 10 plastic lens sheet
Shutter speed : 1 / 140 seconds
Shooting distance range : 1 m ~ infinity
Finder Reverse : Galilean plastic Finder
Flash : Built-in (effective shooting distance: 1 m ~ 3 m) pilot lamp with sliding Flash switch
Battery : 4 type AA 1.5 V alkaline batteries built-in
Dimensions : W 108.0 × 54.0 H x D 34.0 mm

ถ้าตามนี้แปลว่า ถึงจะเป็นฟิล์ม 400 แต่ล็อก f stop กับ speed ไว้ที่ f10 – 140 s แบบนี้ ถ่ายในที่ร่มไม่น่ารอดแน่ๆถึงว่ามีแฟลชมาให้ ด้วย
มาดูที่กล้องกัน

ด้านหน้ากล้องจะเห็น เลนส์กับ แฟลช และตัวเปิดแฟลช ที่เป็นตัวเลื่อนขึ้น ถ้าไม่เลื่อนตัวนี้ขึ้นแฟลชก็จะปิดตามปกติ
IMG_5987

ด้านบนเป็น ปุ่มชัตเตอร์ ตัวบอกจำนวนฟิล์มแสดงเป็นตัวเลขแบบถอยหลังนะครับ และในกรอบสี่เหลี่ยมสีดำนั้น เป็นแท่งพลาสติกใสที่จะเด้งขึ้นมาแสดงแสงไฟ เวลาเปิดแฟลชครับ
IMG_5988

ด้านหลัง จะเป็นตัวเลื่อนฟิล์ม  , ช่องมองภาพ และคำอธิบายวิธีใช้ง่ายๆครับ  โดยการใช้งานก็เริ่มจากเลข
1 2 3 4 ตามลำดับ ง่ายมากๆ
IMG_5989

ด้านล่างไม่มีอะไรครับ มีบอกวันหมดอายุตรงนี้
IMG_5990

อ่ะพอรู้วิธีแล้วก็ลองใช้เลยละกัน เริ่มจาก สถานการณ์กลางแดดแบบเปรี้ยงๆกันก่อน

000012

000019

000021

000020

000015

000014

000018

สำหรับผมแล้วภาพออกมาดีกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยครับ มุมของเลนส์สามารถเก็บภาพได้ครอบคลุมดี และค่อนข้างตรงเวลาเรามองผ่านช่องมองภาพ  เห็นในกล้องยังไงภาพออกมาประมาณนั้นเลย  น่าจะเหมาะกับการถ่ายภาพแบบมาเป็นหมุ่คณะ แล้วชัดทุกคน ส่วนในเรื่องสีสันผมว่าก็ยังเห็นสีเขียวๆเล็กน้อยตามสไตล์ Fuji นะครับ  ความคิดเห็นส่วนตัวผมว่าผ่านนะครับ

ต่อไป เข้าร่มกันบ้าง แบบไม่เปิดแฟลช  ลุ้นระทึก

000010
ภาพแรกในร้านกาแฟ มีแสงธรรมชาติเข้ามาทางหน้าต่างในร้านเปิดไฟอ่อนๆก็ยังพอดูได้ครับ

ฮึบ พอย้ายมุมเข้าในร้านแสงไฟอ่อนๆปุ้บ …….จบเลย มืดตึ้บ อันเดอร์กันไป
000011

000016

ย้ายไปอีกร้าน สภาพแสงธรรมชาติมีไฟในร้านพอสว่างๆ
000023

000024

อ่ออันนี้ให้ดูครับ ลืมไป เค้าบอกระยะโฟกัส  1 เมตร นี่เล่นถ่ายแบบ จ่อๆเลย เบลอซิครับท่าน
000025

อันนี้ก็ลืม ไปชัดข้างหลังนู้นนนน
000017

จริงๆ 1 เมตรก็กะง่ายๆครับ อะไรยื่นมือไปแล้วจับถึง นั่นน้อยกว่า 1 เมตรแน่นอน ควรถอยหลังอีกนิดถ้าจะถ่ายวัตถุชิ้นนั้นครับ

000001

000036

000034

000032

000033

000031

000030

สรุปแสงน้อยแล้วไม่เปิดแฟลชนี่ยับเยินพอสมควรครับ

อ่ะแล้วถ้าเปิดแฟลชล่ะ มันจะดีขึ้นไหม
000029

000037

ถ้าเปิดแฟลชแล้วได้ภาพแน่แน่ครับ แต่อาจจะไม่สวยเท่าแสงธรรมชาติที่จะซอฟกว่า

ภาคของภาพที่ออกมามีประมาณนี้นะครับ คราวนี้มาถึงคำถามที่ผมเจอมากับตัวเอง คือมีน้องคนนึงมาถามว่า ทำไม มันถึงเรียกกล้องใช้แล้วทิ้ง หรือกล้องใช้ครั้งเดียว ราคาตั้ง 300  กว่าบาท ทิ้งแล้วเสียดายเอามาใช้ใหม่ไม่ได้เหรอ   ผมเองก็อยากรู้ครับว่ากล้องมันทำไมถ่ายได้ครั้งเดียว

เออลืมบอกไปครับว่าถ่ายรูปหมดแล้ว ต้องเอากล้องไปให้ที่ร้านเค้าถอดฟิล์มออกนะครับ เรามาแกะเองผมว่าไม่น่าจะรอด  ตอนผมไปล้างรูปก็เอาไปให้ที่ร้านทั้งกล้องนั่นแหละ แต่เสียดายเลยบอกที่ร้านว่าขอกล้องกลับมาด้วยนะ  พอได้มาปุ้บ ก็แงะเลย

ผมต้องขอเตือนไว้ก่อนเลยนะครับว่าอย่าทำตามผม อย่าแงะเองแบบนี้ มันมีเหตุผลครับลองอ่านดู

เริ่มต้นผมเริ่มแกะติ๊กเกอร์ที่แปะกล้องออกก่อน
IMG_5994

จากนั้นลองแงะฝาหน้าออก
IMG_5997

เครื่องในประมาณนี้
IMG_5998

IMG_5999

ยัง ยังไม่หยุด  แกะต่อจนเจอแผงวงจร และเห็นถ่านไฟฉาย
IMG_6002
IMG_6003

จากในรูปจะเห็นแผงวงจรและที่ใต้แฟลชจะเห็นถ่านสั้นๆอีก 1 ก้อนครับ  สำหรับยิงแฟลชโดยเฉพาะ ไอ้ก้อนแรกผมว่าน่าจะแค่ถ่านสำหรับไฟสัญญาณแฟลชและเลี้ยงไฟอื่นๆ

และขณะกำลังจะงัดออกมาดูถ่านใต้แฟลช มือผมก็ไปจับกับแผงวงจรเข้า เท่านั้นแหละครับ หมาที่บ้านตื่นเลย!!! นั่นเพราะเค้างงว่า ผมจะร้องเสียงดังทำไม

คือไม่ร้องได้ไง ไฟดูดครับ คือ ดูดเลย เท่านั้นแหละครับผมรู้ทันทีเลยว่าทำไมมันเป็นกล้องที่ใช้แล้วทิ้ง  พอดูที่ด้านหลังกล้องเค้าเขียนติดไว้หลายคำแต่มีคำนึง  danger …!!!

ผมเลยขอออกตัวเตือนนะครับว่า “อย่าแงะ”  เอาเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ ไม่มีปัญหาอะไร เพราะปกติมันก็ปลอดภัยอยู่แล้วสำหรับคนที่ ไม่ซนแบบผม แต่ทางที่ดีใช้เสร็จ ถ่ายรูปเก็บไว้แล้วก็ทิ้งไปก็ดูจะเซฟๆดีครับ

พูดถึงเรื่องระบบฟิล์มนิดนึง กล้องตัวนี้เท่าที่ผมดู เค้าใช้วิธียังไงไม่รู้ ปกติเราจะมีแผ่นฟิล์มอยู่ในกลัก แล้วพอถ่ายเสร็จ ฟิล์มจะไปม้วนอยู่ในแกนอีกฝั่ง นั่นเลยทำให้เราต้องกรอฟิล์มกลับเข้ามาในกลักตอนถ่ายหมด แต่กล้องตัวนี้ไม่มีตัวกรอฟิล์ม ผมเลยเดาว่า เค้า เอาฟิล์มมาม้วนไว้นอกกลักก่อน โดยใส่ไว้ในตัวกล้องแบบมิดชิด พอเราขึ้นฟิล์มเพื่อจะถ่ายรูป นั่นแหละ จะเป็นการเลื่อนฟิล์มกลับเข้าไปเก็บในตัวกลัก ทันทีโดยไม่ต้องกรอ 

ก็มีประมาณนี้นะครับสำหรับการรีวิวกล้องใช้แล้วทิ้งตัวนี้

สรุปสั้นๆนะครับว่า

กล้องตัวนี้น่าจะเหมาะกับคนที่อยากจะลองอะไรใหม่ๆ และก็ง่ายๆ เพราะมันเป็นกล้องที่สะดวกไม่ต้องตั้งค่าอะไรเลย  ภาพออกมาดีเลยแหละถ้าถ่ายในที่แสงเยอะๆ มีระยะคมครอบคลุมทั้งภาพ เพราะล็อก ไว้ที่ f 10. เลนส์มีมุมกว้างเก็บได้ครอบคลุมดีครับ  แต่ข้อเสียคือ ถ่ายในที่ร่มหรือแสงน้อยออกมาไม่ดีเลย แนะนำว่ายังไงก็ต้องเปิดแฟลชครับในที่ร่มและช่วงเวลาเย็น-กลางคืน 

สุดท้ายถามว่าคุ้มไหม จ่าย 300 กว่าบาทแล้วได้ 39 รูป พร้อมกล้องพร้อมแฟลช ส่วนตัวผมขอตอบว่า “คุ้มครับ” ถ้าภาพนั้นมีความหมายกับคุณ และมันออกมาทำให้เรายิ้มได้ 

ในอนาคตผมว่า ผมจะลองอีกซักครั้งครับ เพราะรู้แล้วว่าต้องถ่ายยังไงถึงจะเหมาะ และครั้งต่อไปที่ใช้กล้องนี้เสร็จ ผมสาบานว่าจะไม่แงะมันเด็ดขาดครับ


4 comments

  • ขอบคุณมากๆนะคะ บทความนี้เป็นประโยชน์กับหนูมากเลย เพิ่งได้ลองกล้องฟิล์มใช้แล้วทิ้งเป็นครั้งแรก เผลอๆอาจจะติดใจไปอีกนานค่ะ 555555 ขอบคุณค่ะ 🙏

    Pnnnp
  • น่าสนใจมากเลยค่ะ อยากลองใช้มานานแล้ว รู้สึกว่าภาพออกมาสวยกว่าที่คิดไว้มากเลย ขอบคุณสำหรับบล็อคดีๆนะคะ

    Karimth_
  • รูปสวยมากๆเลยค่ะ ได้เจอบล็อคนี้ตอนอยู่ญี่ปุ่น ซื้อมาแล้วเสิร์ชหาวิธีใช้ เป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ :)

    Kullacha
  • ได้ความรู้เยอะเลย ภาพออกมาสวยดีคะ ขอบคุณสำหรับรีวิวคะ ว่าจะซื้อมาใช้อีกเหมือนกัน

    Thita

Leave a comment